กยท.เปิดตลาดกลางยางฯระยอง

กยท. พร้อมเปิดตลาดกลางยางฯ จ.ระยอง ศูนย์กลางซื้อ – ขายภาคตะวันออก ย้ำ ระบบตลาดมีมาตรฐาน ยางคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม

กยท. เดินหน้าเปิด “ตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยอง” เป็นศูนย์กลางซื้อ – ขายยางภาคตะวันออก วางฐานรองรับการพัฒนายางภาคตะวันออกและขยายตัว EEC ย้ำระบบตลาดมีการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย คัดคุณภาพยางก่อนส่งมอบ มั่นใจราคายางเป็นธรรม

 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท

            นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เปิดเผยว่า กยท. ได้ดำเนินการจัดตั้งตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยองขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการซื้อขายยางพาราในภาคตะวันออก โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้จัดการประชุมเสวนาผู้ซื้อ – ผู้ขาย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และระเบียบการซื้อขาย ของตลาดกลางแห่งนี้ ณ สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยอง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยมีนายปิยะ ปิตุเดชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เป็นผู้ส่งมอบตลาดยางแห่งนี้ให้ กยท. เข้ามาดูแลดำเนินงานรับผิดชอบในรูปแบบตลาดกลางยางพาราต่อไป

            นายณกรณ์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกมีพื้นที่ปลูกเป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีการปลูกยางพารากระจายอยู่แทบทุกจังหวัด ประกอบด้วย ระยอง จันทบุรี ตราด ชลบุรี และฉะเชิงเทรา  มีพื้นที่สวนยางที่กรีดได้ประมาณ 2.5 ล้านไร่  ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 6.5 แสนตันต่อปี จังหวัดระยองถือเป็นจุดภูมิศาสตร์ที่มีความเข้มแข็ง เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงยางไปยังผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งมีอยู่มากในบริเวณปริมณฑลและภาคตะวันออก ซึ่งมีเขตนิคมอุตสาหกรรม สามารถช่วยพัฒนาด้านการตลาดยางพารารองรับการขยายตัวตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาล ดังนั้น การจัดตั้งตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายยางพาราภาคตะวันออก สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ยางพาราชาติ ยกระดับราคายางให้มีเสถียรภาพ

           สำหรับตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยองเปิดให้บริการทุกวันทำการ มีการให้บริการ 2 รูปแบบ คือ ให้บริการ ณ สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยอง อ.วังจันทร์ แต่เกษตรกรที่อยู่ไกลจากตลาด สามารถสมัครเป็นตลาดเครือข่ายตลาดกลางได้ ในปี 2563 ยางที่ซื้อขายผ่านตลาดกลางฯ ได้แก่ ยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควัน ส่วนปี 2564 จะเริ่มเปิดให้บริการตลาดกลางน้ำยางสดและยางก้อนถ้วย เพื่อให้ครอบคลุมผลผลิตของเกษตรกร และสอดคล้องกับความต้องการตลาด คาดว่าจะมีปริมาณยางผ่านตลาดแห่งนี้ประมาณ 12,000 ตันต่อปี

          “จุดเด่นของตลาดกลางฯ คือสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย น้ำหนักยางที่เที่ยงตรง มีการกำหนดมาตรฐานยางที่ชัดเจน มีการคัดคุณภาพยางก่อนส่งมอบ  เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และให้ซื้อขายยางได้ในราคาที่เป็นธรรม”นายณกรณ์ กล่าว

                ——————————————————–

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *