สถาบันอาหาร จับมือ สภาหอการค้าฯ ลงนาม MOU ร่วมกันส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารด้วยนวัตกรรม

สถาบันอาหาร จับมือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU ร่วมกันส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารด้วยนวัตกรรม

สถาบันอาหาร อรุณอมรินทร์ 36 /// นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง สถาบันอาหารและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีคณะผู้บริหารของทุกฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องปิ่นเกล้า ชั้น 3 ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย  สถาบันอาหาร

            นางอนงค์  ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมอาหารของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ภายใต้ขอบเขตความร่วมมือพอสังเขป ดังนี้

  1. พัฒนาอาหารให้ตรงตามความต้องการของตลาดสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร
  2. )ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านอาหารในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 
  3. สนับสนุนช่องทางการตลาด
  4. ส่งเสริมการ             แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
  5. พัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน                   
  6. ถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริหารจัดการ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมอาหารของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนต่อไป

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย           กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับ 3 เสาธุรกิจหลัก (Value Chains) ได้แก่ 1) ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ 2) ภาคการค้าและการลงทุน และ             3) ภาคเกษตรและอาหารเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์และพันธกิจของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

                “โดยภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร นับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยมีจำนวนประชากรรายครัวเรือน ปี 2562 จำนวน 7.9 ล้านครัวเรือน มีพื้นที่เกษตรกรรม 149 ล้านไร่ของพื้นที่ประเทศ และมีกำลังแรงงานในภาคเกษตรจำนวนทั้งสิ้นกว่า 11.88 ล้านคน โดยมีการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารไทย ปี 2563 คาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออก ถึง 1,025,000 ล้านบาท ซึ่งตลอดทั้งปีภาคเกษตรและอาหารของไทยต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  ภัยแล้งที่สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตร ตลอดจนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตและผลผลิตตกต่ำ  การขาดมาตรฐานสินค้า (Food Safety) และปัญหาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจเกษตร อาทิ ปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบ เป็นต้น”

          ดังนั้น การลงนามความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการยกระดับความร่วมมือและเครือข่ายระหว่างองค์กรที่สำคัญ ที่จะร่วมกันพัฒนาด้านอาหารตามความต้องการของตลาดสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ซึ่งสถาบันอาหาร จะเป็น Think Tank ให้สมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ 95,000 ราย โดยสถาบันอาหาร จะให้คำปรึกษา บริการ และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

          นางอนงค์  ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถาบันอาหาร ขอเชิญชวนสมาชิกผู้ประกอบการทั่วประเทศของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เข้ามาใช้บริการของสถาบันอาหาร เพียงท่านแสดงบัตรสมาชิกของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  โดยสถาบันอาหารจะมอบส่วนลด 5 – 30 % ในการใช้บริการของสถาบันอาหาร

          ————————————————–

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *