กยท. ผนึก 5 สมาคมการยางฯ ระดมสมองรับมือวิกฤติโควิด-19

กยท. ผนึก 5 สมาคมการยางฯ ระดมสมองรับวิกฤติโควิด-19

กยท. จับมือ สมาคมที่เกี่ยวข้อง หารือรับมือวกฤติจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัส COVID – 19  มั่นใจแม้ประเทศมาเลเซีย ประกาศปิดประเทศปิดด่าน จะไม่กระทบการส่งออกน้ำยางสด เพราะสต๊อกวัตถุดิยน้อยางสดมีแค่ 3 วัน ในส่วนของประเทศจีนชะลอการนำเข้าสินค้ายางพาราจากไทย แต่ยังคงคำสั่งซื้อเดิม และจะไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด

          นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท) กล่าวภายลังจากการประชุมร่วมกับ5สมาคมยางพาราและที่เกี่ยวข้อง ว่าจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัส COVID – 19  โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย ซึ่งกำลังทวีความรุนแรง ทำให้ประเทศมาเลเซียมีการควบคุมการเข้าออกประเทศ ส่งผลให้มีการปิดด่านนำเข้าและส่งออก ตั้งแต่วันที่ 18 – 31 มีนาคม 2563 ซึ่งประเทศมาเลเซียเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกถุงมือยางรายใหญ่ของโลก มีการนำเข้าวัตถุดิบน้ำยางข้นจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ว่ามาเลเซียจะปิดประเทศแต่ความต้องการวัตถุดิบน้ำยางข้นจากไทยเพื่อใช้ผลิตถุงมือยางยังคงมีต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศจีนชะลอการนำเข้าสินค้ายางพาราจากไทย แต่ยังคงคำสั่งซื้อเดิม และจะไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด

          นอกจากนี้ กยท. ได้ถือโอกาสร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาตลาดยางพาราของไทยทั้งระบบให้มีเสถียรภาพ โดยในส่วนของ กยท. ยังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสานต่อแนวทางของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ลงนาม MOU กับหลายประเทศ เช่น อินเดีย จีน ตุรกี ภายใต้ข้อตกลงซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางปริมาณกว่า 400,000 ตัน ประกอบด้วย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง STR20 น้ำยางข้น และไม้ยางพารา ปริมาณ 2,500,000 ลูกบาศก์ฟุต รวมไปถึงผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา อย่างไรก็ตาม กยท. ได้เร่งรัดให้มีการส่งมอบสินค้าโดยเร็ว

            สำหรับเป้าหมายของการพัฒนาตลาดยางพาราของไทย คือช่วยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ตั้งแต่เกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยางมีความเข้มแข็ง เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ กยท. ต้องเข้าดูแล โดย กยท. จะเป็นจะเป็นแกนกลางในการนำผู้ประกอบการเหล่านี้ในทำการขยายตลาด ที่นอกเหนือจากเดิม เพราะ กยท. มีความเป็นรัฐ มีความน่าเชื่อถือ มีงบประมาณในการสนับสนุนภายใต้กองทุนพัฒนายางพารา 49(3) และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักคือ หน่วยธุรกิจ (BU) ซึ่ง กยท. จะพัฒนาระบบการจัดการบริหารงานของหน่วยธุรกิจให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการกระจายคำสั่งซื้อสู่สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ โดยวางหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติที่ทุกคนยอมรับได้

          นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ในประเทศมาเลเซียซึ่งกำลังทวีความรุนแรง ทำให้ประเทศมาเลเซียมีการควบคุมการเข้าออกประเทศ ส่งผลให้มีการปิดด่านนำเข้าและส่งออกตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563 ซึ่งประเทศมาเลเซียเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกถุงมือยางรายใหญ่ของโลก มีการนำเข้าวัตถุดิบน้ำยางข้นจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ว่ามาเลเซียจะปิดประเทศแต่ความต้องการวัตถุดิบน้ำยางข้นเพื่อใช้ผลิตถุงมือยางยังคงมีอยู่

          อย่างไรก็ตามเบื้องต้นสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางของมาเลเซียกำลังเจรจากับรัฐบาลของมาเลเซียเพื่อบรรเทาผลกระทบในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือ ซึ่งได้ประเมินสต๊อกวัตถุดิบที่ใช้จะผลิตได้แค่ 3 วันเท่านั้น โดยต้องการนำเข้าน้ำยางข้นจากประเทศไทยเพิ่มเติมเพื่อผลิตถุงมือให้เพียงพอต่อความต้องการใช้

          ในส่วนของ กยท.ได้เร่งประสานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางพารา โดยเฉพาะสมาคมน้ำยางข้นไทย เพื่อหารือกับกงสุลมาเลเซียในการหาแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือในทุกด้าน เพื่อส่งน้ำยางข้นที่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ผลิตถุงมือให้กับประเทศมาเลเซียต่อไป

                                       ——————————————–

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *