กรุงเทพประกันชีวิตวาง Roadmap ระยะยาวรับสังคม Longevity ภายใต้วิสัยทัศน์ บริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ด้านความใส่ใจ สร้างการขับเคลื่อน 3 เรื่องสำคัญในปี 2569 คือ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ชีวิตระยะยาว มอบสิทธิประโยชน์และบริการที่มีบทบาทต่อคุณภาพชีวิตที่แท้จริง และยกระดับคนผ่านโครงการปั้นตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน สู่ Life Care Partner ที่เข้าใจชีวิตและเป้าหมายลูกค้า พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” เพื่อสื่อสารแบรนด์ผ่านหนังโฆษณาพร้อมกิจกรรมตลอดปี สะท้อนความใส่ใจขององค์กร ที่มีเป้าหมายไม่ใช่เพียงดูแลเรื่องประกันชีวิต แต่คือทำให้ความใส่ใจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยว่า ในช่วงผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีการพัฒนาหลายด้านทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์รวมทั้งแนวทางการสื่อสารที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากวิธีคิดขององค์กร ซึ่งในปี 2569 จะถูกทำให้ชัดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการ “เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ”หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่ง “ความใส่ใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิตลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น
“ในวันนี้ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงกรมธรรม์ที่ดี แต่ต้องการความมั่นใจว่าบริษัทประกันชีวิตที่เขาเลือกมอบความไว้วางใจ จะเข้าใจชีวิตของเขาในระยะยาว เราจึงมองว่าความใส่ใจ ต้องเป็นสิ่งที่สะท้อนอยู่ในทุกการตัดสินใจขององค์กร ตั้งแต่สิ่งที่บริษัทออกแบบ สิ่งที่ตัวแทนสื่อสารไปจนถึงสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริงในชีวิตประจำวัน” นายโชนกล่าว
ทั้งนี้ กรุงเทพประกันชีวิตได้วางโครงสร้างบน 6 เสาหลักของความใส่ใจได้แก่ Products, Professionalism, Policy, Privileges, People และ Planet ในบทบาทของบริษัทประกันชีวิตที่ต้องเข้าใจชีวิตคนไทยในโลกใหม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทิศทางการดำเนินงานดังกล่าว ได้เริ่มสร้างผลลัพธ์ทั้งในด้านความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับ 98.2% การเติบโตของตัวแทนใหม่ 20% และตัวแทนใหม่ที่มีผลงานเพิ่มขึ้น 25% การใช้งาน digital platform และ engagement ที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ที่เพิ่มขึ้น 38% สะท้อนผ่านการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 14% จากการเติบโตในทุกช่องทาง

นายโชนกล่าวว่า ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิตได้กำหนดทิศทางองค์กรเพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนเร็วมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนระมัดระวังมากขึ้นกับการวางแผนระยะยาว และ โครงสร้างชีวิตที่ผู้คนจำนวนมากต้องอยู่กับช่วงชีวิตหลังเกษียณที่ยาวขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายการดูแลระยะยาวสูงขึ้น อีกทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน ก็แตกต่างกัน นี่คือเหตุผลที่กรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้ต้องปรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยมุมมองคุณภาพของชีวิตภายใต้คำว่า longevity การมีอายุยืนขึ้นจะมีความหมายต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีครบ 4 มิติ คือ สุขภาพ หรือ กายฟิต การมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงและมีการดูแลที่เหมาะสม ความมั่นคงทางการเงิน หรือ เงินพร้อม การสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตจากการวางแผนชีวิตระยะยาวเอาไว้ ความสมดุลทางใจ หรือ ใจสมดุล มีความสบายใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต และ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ ครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต จึงให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใน 3 มิติ จาก 6 เสาหลัก คือ
มิติด้าน Products+ การพัฒนาแบบประกันภายใต้แนวคิดให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เช่น ขยายอายุรับประกันให้ยาวยิ่งขึ้น ขยายระยะเวลาความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ที่สำคัญ การที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้นจำเป็นต้องมีการดูแลและรูปแบบความคุ้มครองเพิ่มเติม บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวแบบประกัน Long Life Care ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทยในยุค longevity โดยขยายความคุ้มครองให้รองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะโรคที่กระทบคุณภาพชีวิตระยะยาว เช่น ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ได้กระทบเพียงแค่ค่ารักษา แต่ยังกระทบต่อการใช้ชีวิตของทั้งลูกค้าและครอบครัวในระยะยาว โดยมีโครงสร้างผลประโยชน์ที่ออกแบบให้บริษัทจ่ายสินไหมต่อเนื่องเป็นรายปีไปจนถึงอายุ 99 ปี ช่วยรองรับภาระในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการการดูแลมากที่สุด
มิติด้าน Privileges+ สิทธิประโยชน์ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต โดยได้พัฒนาบริการ BLA EveryCare ให้ชัดขึ้นใน 3 ระยะ คือ 1. Proactive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงรุกสนับสนุนการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนาน ให้ลูกค้าสามารถติดตามและบริหารจัดการสุขภาพของตนเอง รวมทั้งปรับเปลี่ยน lifestyle เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรค 2. Preventive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงลึกเพื่อป้องกันโรคก่อนเกิด ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้ในอนาคต และ 3. Restorative Care การใส่ใจสุขภาพช่วงฟื้นฟูเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ และเพื่อให้ BLA EveryCare สามารถดูแลใส่ใจได้อย่างครอบคลุม กรุงเทพประกันชีวิตยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพทั้งไลฟ์สไตล์และโภชนาการในการมอบบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม
มิติด้าน Professionalism+ ที่กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญมากในปีนี้ คือการยกระดับบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน โดยมีการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังในการสร้างที่ปรึกษามืออาชีพที่เข้าใจชีวิตลูกค้าจริงภายใต้แนวคิด Life Care Partner หรือ “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ที่เข้าใจเป้าหมายของลูกค้าและมองเห็นความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน ภาระครอบครัว และการเตรียมตัวสำหรับอนาคต
“การเป็น Life Care Partner ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน และมีทัศนคติของการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยเราได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อยกระดับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินให้มีความพร้อมทั้งในด้านความรู้ มุมมอง และความเข้าใจต่อการดูแลลูกค้าในบริบทที่เปลี่ยนไป เรายังจัดทำข้อมูลองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนชีวิตและดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กระบวนการพัฒนา ประเมินคุณภาพ และการยกย่อง ผู้ที่สามารถสะท้อนมาตรฐานของการดูแลลูกค้าได้อย่างแท้จริง” นายโชนกล่าว

ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวทางการสื่อสารแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตในปีนี้ว่า จากการที่กรุงเทพประกันชีวิตได้ทำ research อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ insights ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุค longevity สิ่งสำคัญคือการมีชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้นานที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการมีอายุยืนยาวขึ้น
เมื่อสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ กรุงเทพประกันชีวิตจึงมองว่า ความใส่ใจจะยั่งยืนที่สุด ถ้าสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน จึงจะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง แนวคิดดังกล่าว จึงนำมาซึ่งแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญ “ใส่ใจ” ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะสื่อสารผ่านกิจกรรม ที่หลากหลายตลอดทั้งปีรวมทั้งสร้างการรับรู้ผ่านหนังโฆษณาในมุมความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ที่ทำทุกสิ่งเพื่อลูก ซึ่งเป็นการเล่าความเสียสละเพื่อคนอื่นที่ชัดเจนที่สุด

“เราถ่ายทอดความคิดของ brand และสื่อสารออกไปผ่านหนังโฆษณา เพื่อจะบอกกับทุกคนที่ต่างมีภาระหน้าที่เพื่อคนอื่น ซึ่งเปรียบเสมือนยอดมนุษย์ของใครบางคน ให้หันมา “ใส่ใจตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดี” start from self-care for yourself & loved ones. ยอดมนุษย์ คือ สัญลักษณ์ของการเสียสละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุด แต่มุมคนที่เรารักจริงๆ แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ ซึ่งภาพนี้จะสมบูรณ์ได้ คือ การที่เราแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจตัวเราเองบ้าง”
นางสาวอรนาฎ กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่าหนังโฆษณาจะเผยแพร่ให้ได้รับชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษานี้ โดยจะมีความยาวทั้ง 240, 60 และ 30 วิ เพื่อรองรับ ทุกช่องทางการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังจัดทำ VDO ชีวิตดี 4 ด้าน ทั้งกาย ใจ เงิน ความสัมพันธ์ โดยให้กรุงเทพประกันชีวิตได้ดูแล ใส่ใจ ผ่านสินค้า บริการเสริม สิทธิพิเศษ รวมถึงบุคคลากร Life Care Partner ที่จะช่วยให้ทุกคนสร้างคุณภาพชีวิตได้ง่ายมากขึ้น
สำหรับในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน BLA Happy Life เวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยจะมีสิทธิพิเศษ กิจกรรมข่าวสาร ต่างๆ เพื่อเติมความสุข และการเตรียมความพร้อมทุกมิติเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุดและยังเป็นปีแรกที่เปิด app ให้กับคนทั่วไปที่สนใจได้ใช้ด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้

“เรามั่นใจว่า ความใส่ใจที่เราทำให้และกำลังสื่อสารออกไปเพื่อให้ทุกคนที่เป็นเหมือนยอดมนุษย์ หันมาใส่ใจตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก ทั้งนี้แคมเปญรวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะทำต่อจากนี้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา และเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนี้จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและสังคมไทยของเราได้อย่างแท้จริง สุดท้ายความใส่ใจนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และเลือกที่จะให้เราดูแลตลอดไปค่ะ” นางสาวอรนาฎกล่าวในที่สุด
——————————————————

