BAM รักษาฟอร์มแกร่งโชว์ผลกำไรไตรมาส 1 ปี 69 กว่า 217 ล้านบาทเร่งสร้างรายได้เพื่อขับเคลื่อนกำไรสู่เป้าหมาย 2,000 ล้านบาท

BAM รักษาฟอร์มแกร่งสร้างผลเรียกเก็บในไตรมาส 1 ปี 69 ได้มากถึง 3,026 ล้านบาท มีกำไรกว่า 217 ล้านบาท ปลื้มผลงานทรัพย์มหาชน พลัส และช่วยคนปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้น เร่งวางกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ทั้งด้าน NPL และ NPA เพื่อขับเคลื่อนกำไรสู่เป้าหมาย 2,000 ล้านบาท

          ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 69 ว่าสามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026          ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความผันผวนแต่ BAM ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ จากการเดินหน้าบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และหาทางออกที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย ซึ่ง BAM ยังคงยึดแนวทาง “ให้โอกาส” ลูกหนี้สามารถได้หลักประกัน โดยเป็นที่อยู่อาศัย หรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้มีลูกหนี้รายใหม่เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้สูงถึง 582 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการช่วยเหลือของ BAM ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูมากกว่าการเร่งรัดติดตามหนี้เพียงอย่างเดียว ด้วยการยกระดับบทบาทจากผู้บริหารสินทรัพย์สู่การเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้” แห่งแรกของประเทศไทย ที่เปลี่ยนแนวคิดจาก “การทวงถามหนี้” เป็น “การรักษาโรคหนี้” ผ่านการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย

             นอกจากนี้ BAM ยังให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เปราะบาง ผ่านมาตรการลดภาระค่างวดผ่อนชำระ เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง ควบคู่กับการวาง     กลยุทธ์ความร่วมมือกับสถาบันการเงินในการบริหารจัดการลูกหนี้ ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป้าหมายของ BAM ไม่ใช่เพียงการบริหารหนี้ แต่คือการช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแรงและยั่งยืนอีกครั้ง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

            ในขณะที่การดำเนินงานด้าน NPA ใช้แนวทางการร่วมมือผ่านการทำบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานข้าราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ผ่านโครงการ ทรัพย์มหาชน พลัส เช่น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร (BKK) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมให้กับประชาชนและกลุ่มเปราะบาง ทำให้สามารถสร้างผลการจำหน่ายทรัพย์ได้เป็นจำนวนสูงถึง 853 รายการ พร้อมทั้งยังเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย BAM เน้นการคัดสรรและนำเสนอทรัพย์ NPA ขนาด Big Lots ให้พันธมิตรนำไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างมูลค่า” ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับ BAM ได้อย่างมั่นคง

            ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า จากการดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ BAM สามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 2,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน BAM ยังขยายการดำเนินธุรกิจด้วยการต่อยอดด้านนวัตกรรมและบริการผ่าน BAM e-Marketplace เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนในวงกว้าง ช่วยเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ พร้อมกันนี้ BAM ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุน ผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อขยายฐานนักลงทุนสถาบันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

                                                                 —————————————–

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *