BKIH เติบโตโดดเด่น ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 2,427.0 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นถึง 56.6% บอร์ดไฟเขียวไตรมาส 2 จ่ายปันผล 4.50 บาทต่อหุ้น ด้านบริษัทย่อย BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,667.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,344.6 ล้านบาท

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เผยผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เม.ย.-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 1,273.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.96 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 15,667.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 0.4 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,485.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.9 และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,427.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 22.81 บาท
ทั้งนี้โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2569 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท ในวันที่ 4 กันยายน 2569 และเมื่อรวมกับเงินปันผลของไตรมาสที่ 1 เท่ากับจ่ายเงินปันผล 6 เดือนแรกของปี 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้น 13.50 บาทต่อหุ้น
ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เม.ย.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 7,464.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 1.7 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 6,377.9 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 1,086.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 472.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,528.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.8 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 1,267.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.3 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.91 บาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 กรุงเทพประกันภัยมีรายได้จากการประกันภัย 15,667.8 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 0.4 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 1,402.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.0 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นแล้ว ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 2,768.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.3 และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 2,344.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.8 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 22.02 บาท
อย่างไรก็ตาม บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และกรุงเทพประกันภัย มุ่งมั่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรในทุกด้าน พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างคุณค่าและพัฒนาสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
————————————–

